2014/02/13 (Thu) 14:04
ตำนานขนม ของฝากภูเก็ต อร่อยๆๆ

แนะนำร้านขนมที่เป็น เอกลักษณ์คู่ภูเก็ตมายาวนานและจะมาแนะนำขนมภูเก็ตที่ควรซื้อไปฝากเพื่อนฝูงร้านขนมที่ผมจะแนะนำให้รู้จักก็คือ "ร้านเค่งติ้น" ร้านเค่งติ้นเป็นร้านขนมภูเก็ตที่อยู่คู่ภูเก็ตมาเป็นเวลายาวนานจนถึงปัจจุบันนี้ก็ 66 ปีแล้ว ขนมของร้านเค่งติ้นมี เต้าส้อ, ขนมผางเปี๊ยะ, ขนมเกนกิงโก๊, ขนมก้องถึง, ขนมบี๊พ้าง, พังเปี้ยะ (หลายคนคงจะงงกับชื่อขนมถ้าไม่ได้เป็นคนภูเก็ต) ถามคนภูเก็ตแท้ๆดั่งเดิมได้เลย ไม่มีใครไม่รู้จักร้านขนมเค่งติ้น
จากคำบอกเล่ารอบด้านทำให้เราทราบถึงประวัติอันยาวนาน กว่า 65 ปี ที่ร้านขนมเค่งติ้นอยู่เคียงคู่วัฒนธรรมการกินของพวกเราชาวภูเก็ต ร้านขนมเค่งติ้นก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2487 ถือเป็นร้านขนมร้านแรกๆของมณฑลภูเก็จ ตั้งอยู่ตรงแยกบางเหนียวร้าน 1 คูหา ในขณะนั้น ในสมัยนั้นการกินขนมถือเป็นเรื่องของผู้มีอันจะกินเท่านั้นที่ซื้อกินได้เนื่องจากสมัยนั้นขนมมีราคาแพง อาก๋งเดินทางมาจากเมืองจีนได้ทำขนม บี้ผ้าง เตาส้อ ขายในราคาห่อละ 2 บาท ทำให้ชาวภูเก็ตในสมัยนั้น สามารถซื้อหาขนมกินได้ในราคาไม่แพง และ รสชาติอร่อย และในเวลาไม่นานอาก๋งก็ขยายร้าน และ สร้างโรงงานขนมเค่งติ้นขึ้น เป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์มณฑลภูเก็จในสมัยนั้น ขนมร้านเค่งติ้นเป็นที่รู้จักของชาวภูเก็ต ท้ายเหมือง พังงา กระบี่ ในเวลาไม่นาน ด้วยคำกล่าวขานที่ว่า "ขนมร้านเค่งติ้น อร่อย สดใหม่ ไม่ใส่สารกันบูด ราคาไม่แพง" นี่เป็นคำพูดของน้องเกตุ ทายาทร้านเค่งติ้นเด็กรุ่นใหม่ที่เล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของร้านขนมอย่างความภาคภูมิใจ
ที่ตั้งของร้าน

ร้านต้นตำรับดั้งเดิมติดกับธีรพงศ์ฮอนด้าสี่แยกทางไปสะพานหินก่อนถึงศาลเจ้าบางเหนียว 342-344 ถ.ภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 076-212185, 0872822054
จากนั้นก็เดินทางกลับไปยังสนามบินภูเก็ตกลับ กทม นำขนมของฝากไปส่งต่อความอร่อยกันได้เลย

ภู1

ภู3

2014/02/13 (Thu) 13:58
ตำนานขนม ของฝากภูเก็ต

แนะนำร้านขนมที่เป็น เอกลักษณ์คู่ภูเก็ตมายาวนานและจะมาแนะนำขนมภูเก็ตที่ควรซื้อไปฝากเพื่อนฝูงร้านขนมที่ผมจะแนะนำให้รู้จักก็คือ "ร้านเค่งติ้น" ร้านเค่งติ้นเป็นร้านขนมภูเก็ตที่อยู่คู่ภูเก็ตมาเป็นเวลายาวนานจนถึงปัจจุบันนี้ก็ 66 ปีแล้ว ขนมของร้านเค่งติ้นมี เต้าส้อ, ขนมผางเปี๊ยะ, ขนมเกนกิงโก๊, ขนมก้องถึง, ขนมบี๊พ้าง, พังเปี้ยะ (หลายคนคงจะงงกับชื่อขนมถ้าไม่ได้เป็นคนภูเก็ต) ถามคนภูเก็ตแท้ๆดั่งเดิมได้เลย ไม่มีใครไม่รู้จักร้านขนมเค่งติ้น
จากคำบอกเล่ารอบด้านทำให้เราทราบถึงประวัติอันยาวนาน กว่า 65 ปี ที่ร้านขนมเค่งติ้นอยู่เคียงคู่วัฒนธรรมการกินของพวกเราชาวภูเก็ต ร้านขนมเค่งติ้นก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2487 ถือเป็นร้านขนมร้านแรกๆของมณฑลภูเก็จ ตั้งอยู่ตรงแยกบางเหนียวร้าน 1 คูหา ในขณะนั้น ในสมัยนั้นการกินขนมถือเป็นเรื่องของผู้มีอันจะกินเท่านั้นที่ซื้อกินได้เนื่องจากสมัยนั้นขนมมีราคาแพง อาก๋งเดินทางมาจากเมืองจีนได้ทำขนม บี้ผ้าง เตาส้อ ขายในราคาห่อละ 2 บาท ทำให้ชาวภูเก็ตในสมัยนั้น สามารถซื้อหาขนมกินได้ในราคาไม่แพง และ รสชาติอร่อย และในเวลาไม่นานอาก๋งก็ขยายร้าน และ สร้างโรงงานขนมเค่งติ้นขึ้น เป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์มณฑลภูเก็จในสมัยนั้น ขนมร้านเค่งติ้นเป็นที่รู้จักของชาวภูเก็ต ท้ายเหมือง พังงา กระบี่ ในเวลาไม่นาน ด้วยคำกล่าวขานที่ว่า "ขนมร้านเค่งติ้น อร่อย สดใหม่ ไม่ใส่สารกันบูด ราคาไม่แพง" นี่เป็นคำพูดของน้องเกตุ ทายาทร้านเค่งติ้นเด็กรุ่นใหม่ที่เล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของร้านขนมอย่างความภาคภูมิใจ
ที่ตั้งของร้าน

ร้านต้นตำรับดั้งเดิมติดกับธีรพงศ์ฮอนด้าสี่แยกทางไปสะพานหินก่อนถึงศาลเจ้าบางเหนียว 342-344 ถ.ภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 076-212185, 0872822054
จากนั้นก็เดินทางกลับไปยังสนามบินภูเก็ตกลับ กทม นำขนมของฝากไปส่งต่อความอร่อยกันได้เลย

2014/02/06 (Thu) 15:14
ดอยห่มฟ้ารีสอร์ท หรือ ไร่แม่จันแวลเล่ย์

ไร่2

การเดินทางไปยังรีสอร์ทแห่งนี้ ใช้เส้นทางถนนสายเอเชีย ห่างจากสนามบินเชียงราย 30 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปดอยแม่สลอง แล้วแยกเข้าถนนย่อยไปอีก 7.8 กิโลเมตร ผ่านถนนลูกรัง สองข้างทางเป็นป่าไผ่ สุดท้ายก็ไปถึงหมู่ 9 บ้าน ป่าเมี่ยง ต.ป่าตึง อ. แม่จัน อันเป็นที่ตั้งของรีสอร์ท ไปไร่แม่จันแวลเล่ย์ มีเนื้อที่ประมาณ 1,300 ไร่ มีพื้นที่เข้าชม 5 ส่วน ประกอบด้วย 1.ไร่องุ่น และโรงงานผลิตไวน์ 2.ไร่ชาและโรงงานผลิตชาอู่หลง 3. โรงงานเจียระไนพลอย 4. นาข้าวแปลงเพาะชำ 5. แปลงปลูกผักผลไม้ และส่วนห้องพักสำหรับบริการนักท่องเที่ยวมีชื่อว่า ดอยห่มฟ้ารีสอร์ท
พื้นที่ปลูกองุ่นของไร่แม่จันแวลเล่ย์ แบ่งเป็นสองส่วนคือ พื้นที่ปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์ และองุ่นทานสด โดยมีพื้นที่ปลูกองุ่นทำไวน์มีประมาณ 80 ไร่ พันธ์ซีล่าเป็นพันธ์หลัก นอกจากนี้ยังมีพันธ์เมโล เทมปานิลโย คาบิเน่ย์ เป็นต้น โดยองุ่นที่ปลูกในไร่จะนำไปผลิตไวน์ของบริษัทแม่จันไวน์เนอร์รี่ทั้งหมด โดยภายในโรงงานได้มีการจัดพื้นที่ และจัดแสดงกระบวนการผลิต เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชมได้เข้าชม โรงงานผลิตไวน์ของบริษัทแม่จันไวน์เนอร์รี่ เป็นโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานสากล และเป็นโรงงานผลิตไวน์องุ่นแห่งเดียวในภาคเหนือที่ได้รับมาตรฐานจากทางสมาคมผู้ประกอบการไวน์ไทย นอกจากนี้ทางไร่ยังแบ่งพิ้นที่สำหรับปลูกองุ่นทานสดประมาณ 10 ไร่ มีพันธ์มาลู ซีสเลส เป็นพันธ์หล้ก และยังมีพันธ์แบล็กควีน แบล็กโอปอล ฯลฯ อีกมากมาย เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชมสามารถเข้าไปตัดองุ่นเพื่อรับประทานได้
พื้นที่ปลูกชาของไร่แม่จันแวลเล่ย์ มีประมาณ 100 ไร่ โดยมีพันธุ์อู่หลงเป็นหลัก และชาพู่เออ ชาอู่หลงปลูกในไร่ แบ่งเป็นสองประเภท ได้แก่ อู่หลงก้านอ่อน และอู่หลงเบอร์สิบสอง โดยชาอู่หลงได้รับการยอมรับว่าเป็นชาที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและอากาศในแถบดอยแม่สลอง ซึ่งเป็นที่นิยมมากในประเทศไต้หวันและประเทศจีน ผู้มาเยี่ยมชมจะได้ชมการสาธิตการเก็บชา และวิธีตรวจคุณภาพชาโดยภูมิปัญญาของชาวท้องถิ่น นอกจากนี้ ทางโรงงานผลิตชาได้จัดให้มีการสาธิตการผลิตการปรุงชา และมีห้องชิมชา โดยผลิตภัณฑ์ที่ขายภายในโรงงานเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาจากทางไร่ทั้งหมด ได้แก่ ชาเขียว ชาแดง ชาดำ ชามะลิ ชาโสม ชาดอกไม้ ชาพู่เออ
โรงงานเจียระไนพลอยของไร่แม่จัน เป็นการส่งเสริมและสร้างช่างฝีมือท้องถิ่น วัตถุดิบที่ใช้ในโรงงานพลอยเป็นวัตถุดิบที่ได้จากภายในประเทศ เช่น จันทบุรี และกาญจนบุรี นอกจากนี้ยังมีพลอยก้อนบางส่วนที่ได้มาจากพม่า และศรีลังกา ภายในโรงงานได้จัดให้มีส่วนของการสาธิตขั้นตอนการเจียระไนพลอย และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทดลองเจียระไนพลอยด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
นาข้าว แปลงเพาะชำ แปลงปลูกผัก ผลไม้ เนื่องจากทางไร่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากไร่องุ่น และโรงงานผลิตไวน์ ไร่ชา และโรงงานผลิตชาอู่หลง โรงงานเจียระไนพลอยแล้ว ทางไร่แม่จันแวลเล่ย์ ยังจัดสรรพื้นที่สำหรับเพาะปลูกพืช ผัก ผลไม้ชนิดอื่น ๆ อีกด้วย เพื่อใช้ในการบริโภคภายในไร่ และจำหน่ายให้กับผู้มาเยี่ยมเยือนทั้งในรูปแบบแปรรูป และยังไม่ได้แปรรูป พืชชินดอื่นที่ปลูกในไร่ ได้แก่ ข้าว ผักสวนครัวปลอดสารพิษ เป็นต้น ผลไม้ เช่น มะละกอ กล้วย ลูกหม่อน กระเจี๊ยบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแปลงเพาะชำแปลงปลูกไม้ดอก และไม้ใบชนิดต่าง ๆ
ไร่แม่จันแวลเล่ย์ มีส่วนบริการนักท่องเที่ยว อาทิ ห้องพัก จำนวน 23 ห้อง ที่มีชื่อว่า ดอยห่มฟ้ารีสอร์ท มีร้านอาหารที่ใช้ผลผลิตทางการเกษตรภายในโครงการ (ห้องกระดาษสาและใบชา ) ห้องสัมมนา และกิจกรรมอื่น ๆ เช่น พายเรือ ล่องแพ เดินป่า ชมหมู่บ้านชาวเขา เป็นต้น
รายการนำเที่ยวภายในไร่แม่จันแวลเล่ย์ ( แบบครึ่งวัน )
ชมทัศนียภาพของดอยห่มฟ้า และอ่างเก็บน้ำแม่เปิน และสวนองุ่นในไร่แม่จัน ซึ่งมีพื้นที่กว่า 200 ไร่ ไร่องุ่นลดหลั่นเรียงรายตามแนวเขา ริมอ่างเก็บน้ำแม่เปิน ซึ่งปลูกองุ่นพันธ์ซีล่า ซึ่งเป็นพันธ์องุ่นที่ใช้ในการผลิตไวน์แดง ที่มีชื่อเสียงของออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังนำชมแปลงองุ่นกินสด และองุ่นพันธ์อื่นในไร่
ต่อจากนั้น นำท่านชมโรงงานผลิตไวน์ของบริษัทแม่จันไวเนอร์รี่ ซึงเป็นโรงงานผลิตไวน์ที่มีมาตรฐานสากล และเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เนื่องจากต้องการควบคุมอุณหภูมิภายในโรงงาน ดังนั้นภายในโรงงานจึงพ่นโฟม และตกแต่งให้คล้ายกับธรรมชาติ นำชมห้องบ่ม หมัก และบรรจุขวดต่อจากนั้นท่านจะได้ชิมไวน์ที่มีคุณภาพที่ผลิตจากโรงงาน พร้อมซื้อสินค้า และของที่ระลึกในราคาโรงงาน
นำท่านชมโรงงานเจียระไนพลอย และชมการสาธิตขั้นตอนการเจียระไนพลอย ตั้งแต่การคัดพลอยก้อนไปจนถึงการเจียรเหลี่ยม และชมตัวอย่างอัญมณีชนิดต่าง ๆ มากมาย ทั้งไพลิน บุษราคม และทับทิม นำท่านชมพื้นที่ชา ที่ไม่ควรพลาด เป็นการปลูกชาในพื้นที่ลาดชัน เป็นลักษณะการปลูกแบบขั้นบันได ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของการปลูกชาในแถบดอยแม่สลอง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกชาและผลิตชาอู่หลงที่มีคุณภาพมากที่สุดในประเทศไทย
นำท่านชมโรงงานผลิตชา ท่านจะได้ชมขั้นตอนการผลิตชาที่มีคุณภาพ และใช้เครื่องอบแบบพิเศษ สามารถควบคุมความชื้นของชาได้ จึงสามารถเก็บรักษารสชาติชาได้อย่างดีเยี่ยม ต่อจากนั้นท่านจะได้เห็น การสาธิตการชงชา และได้ชิมชารสเลิศที่ผลิตได้จากโรงงาน ทั้งชาอู่หลง ชาโสม ชามะลิ ชาแดง และอื่น ๆ พร้อมทั้งสาธิตสินค้า ของฝาก และของที่ระลึกในราคาโรงงาน

2014/02/06 (Thu) 15:10
ดอยห่มฟ้ารีสอร์ท หรือ ไร่แม่จันแวลเล่ย์

ไร่3
การเดินทางไปยังรีสอร์ทแห่งนี้ ใช้เส้นทางถนนสายเอเชีย ห่างจากสนามบินเชียงราย 30 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปดอยแม่สลอง แล้วแยกเข้าถนนย่อยไปอีก 7.8 กิโลเมตร ผ่านถนนลูกรัง สองข้างทางเป็นป่าไผ่ สุดท้ายก็ไปถึงหมู่ 9 บ้าน ป่าเมี่ยง ต.ป่าตึง อ. แม่จัน อันเป็นที่ตั้งของรีสอร์ท ไปไร่แม่จันแวลเล่ย์ มีเนื้อที่ประมาณ 1,300 ไร่ มีพื้นที่เข้าชม 5 ส่วน ประกอบด้วย 1.ไร่องุ่น และโรงงานผลิตไวน์ 2.ไร่ชาและโรงงานผลิตชาอู่หลง 3. โรงงานเจียระไนพลอย 4. นาข้าวแปลงเพาะชำ 5. แปลงปลูกผักผลไม้ และส่วนห้องพักสำหรับบริการนักท่องเที่ยวมีชื่อว่า ดอยห่มฟ้ารีสอร์ท
พื้นที่ปลูกองุ่นของไร่แม่จันแวลเล่ย์ แบ่งเป็นสองส่วนคือ พื้นที่ปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์ และองุ่นทานสด โดยมีพื้นที่ปลูกองุ่นทำไวน์มีประมาณ 80 ไร่ พันธ์ซีล่าเป็นพันธ์หลัก นอกจากนี้ยังมีพันธ์เมโล เทมปานิลโย คาบิเน่ย์ เป็นต้น โดยองุ่นที่ปลูกในไร่จะนำไปผลิตไวน์ของบริษัทแม่จันไวน์เนอร์รี่ทั้งหมด โดยภายในโรงงานได้มีการจัดพื้นที่ และจัดแสดงกระบวนการผลิต เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชมได้เข้าชม โรงงานผลิตไวน์ของบริษัทแม่จันไวน์เนอร์รี่ เป็นโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานสากล และเป็นโรงงานผลิตไวน์องุ่นแห่งเดียวในภาคเหนือที่ได้รับมาตรฐานจากทางสมาคมผู้ประกอบการไวน์ไทย นอกจากนี้ทางไร่ยังแบ่งพิ้นที่สำหรับปลูกองุ่นทานสดประมาณ 10 ไร่ มีพันธ์มาลู ซีสเลส เป็นพันธ์หล้ก และยังมีพันธ์แบล็กควีน แบล็กโอปอล ฯลฯ อีกมากมาย เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชมสามารถเข้าไปตัดองุ่นเพื่อรับประทานได้
พื้นที่ปลูกชาของไร่แม่จันแวลเล่ย์ มีประมาณ 100 ไร่ โดยมีพันธุ์อู่หลงเป็นหลัก และชาพู่เออ ชาอู่หลงปลูกในไร่ แบ่งเป็นสองประเภท ได้แก่ อู่หลงก้านอ่อน และอู่หลงเบอร์สิบสอง โดยชาอู่หลงได้รับการยอมรับว่าเป็นชาที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและอากาศในแถบดอยแม่สลอง ซึ่งเป็นที่นิยมมากในประเทศไต้หวันและประเทศจีน ผู้มาเยี่ยมชมจะได้ชมการสาธิตการเก็บชา และวิธีตรวจคุณภาพชาโดยภูมิปัญญาของชาวท้องถิ่น นอกจากนี้ ทางโรงงานผลิตชาได้จัดให้มีการสาธิตการผลิตการปรุงชา และมีห้องชิมชา โดยผลิตภัณฑ์ที่ขายภายในโรงงานเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาจากทางไร่ทั้งหมด ได้แก่ ชาเขียว ชาแดง ชาดำ ชามะลิ ชาโสม ชาดอกไม้ ชาพู่เออ
โรงงานเจียระไนพลอยของไร่แม่จัน เป็นการส่งเสริมและสร้างช่างฝีมือท้องถิ่น วัตถุดิบที่ใช้ในโรงงานพลอยเป็นวัตถุดิบที่ได้จากภายในประเทศ เช่น จันทบุรี และกาญจนบุรี นอกจากนี้ยังมีพลอยก้อนบางส่วนที่ได้มาจากพม่า และศรีลังกา ภายในโรงงานได้จัดให้มีส่วนของการสาธิตขั้นตอนการเจียระไนพลอย และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทดลองเจียระไนพลอยด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
นาข้าว แปลงเพาะชำ แปลงปลูกผัก ผลไม้ เนื่องจากทางไร่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากไร่องุ่น และโรงงานผลิตไวน์ ไร่ชา และโรงงานผลิตชาอู่หลง โรงงานเจียระไนพลอยแล้ว ทางไร่แม่จันแวลเล่ย์ ยังจัดสรรพื้นที่สำหรับเพาะปลูกพืช ผัก ผลไม้ชนิดอื่น ๆ อีกด้วย เพื่อใช้ในการบริโภคภายในไร่ และจำหน่ายให้กับผู้มาเยี่ยมเยือนทั้งในรูปแบบแปรรูป และยังไม่ได้แปรรูป พืชชินดอื่นที่ปลูกในไร่ ได้แก่ ข้าว ผักสวนครัวปลอดสารพิษ เป็นต้น ผลไม้ เช่น มะละกอ กล้วย ลูกหม่อน กระเจี๊ยบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแปลงเพาะชำแปลงปลูกไม้ดอก และไม้ใบชนิดต่าง ๆ
ไร่แม่จันแวลเล่ย์ มีส่วนบริการนักท่องเที่ยว อาทิ ห้องพัก จำนวน 23 ห้อง ที่มีชื่อว่า ดอยห่มฟ้ารีสอร์ท มีร้านอาหารที่ใช้ผลผลิตทางการเกษตรภายในโครงการ (ห้องกระดาษสาและใบชา ) ห้องสัมมนา และกิจกรรมอื่น ๆ เช่น พายเรือ ล่องแพ เดินป่า ชมหมู่บ้านชาวเขา เป็นต้น
รายการนำเที่ยวภายในไร่แม่จันแวลเล่ย์ ( แบบครึ่งวัน )
ชมทัศนียภาพของดอยห่มฟ้า และอ่างเก็บน้ำแม่เปิน และสวนองุ่นในไร่แม่จัน ซึ่งมีพื้นที่กว่า 200 ไร่ ไร่องุ่นลดหลั่นเรียงรายตามแนวเขา ริมอ่างเก็บน้ำแม่เปิน ซึ่งปลูกองุ่นพันธ์ซีล่า ซึ่งเป็นพันธ์องุ่นที่ใช้ในการผลิตไวน์แดง ที่มีชื่อเสียงของออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังนำชมแปลงองุ่นกินสด และองุ่นพันธ์อื่นในไร่
ต่อจากนั้น นำท่านชมโรงงานผลิตไวน์ของบริษัทแม่จันไวเนอร์รี่ ซึงเป็นโรงงานผลิตไวน์ที่มีมาตรฐานสากล และเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เนื่องจากต้องการควบคุมอุณหภูมิภายในโรงงาน ดังนั้นภายในโรงงานจึงพ่นโฟม และตกแต่งให้คล้ายกับธรรมชาติ นำชมห้องบ่ม หมัก และบรรจุขวดต่อจากนั้นท่านจะได้ชิมไวน์ที่มีคุณภาพที่ผลิตจากโรงงาน พร้อมซื้อสินค้า และของที่ระลึกในราคาโรงงาน
นำท่านชมโรงงานเจียระไนพลอย และชมการสาธิตขั้นตอนการเจียระไนพลอย ตั้งแต่การคัดพลอยก้อนไปจนถึงการเจียรเหลี่ยม และชมตัวอย่างอัญมณีชนิดต่าง ๆ มากมาย ทั้งไพลิน บุษราคม และทับทิม นำท่านชมพื้นที่ชา ที่ไม่ควรพลาด เป็นการปลูกชาในพื้นที่ลาดชัน เป็นลักษณะการปลูกแบบขั้นบันได ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของการปลูกชาในแถบดอยแม่สลอง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกชาและผลิตชาอู่หลงที่มีคุณภาพมากที่สุดในประเทศไทย
นำท่านชมโรงงานผลิตชา ท่านจะได้ชมขั้นตอนการผลิตชาที่มีคุณภาพ และใช้เครื่องอบแบบพิเศษ สามารถควบคุมความชื้นของชาได้ จึงสามารถเก็บรักษารสชาติชาได้อย่างดีเยี่ยม ต่อจากนั้นท่านจะได้เห็น การสาธิตการชงชา และได้ชิมชารสเลิศที่ผลิตได้จากโรงงาน ทั้งชาอู่หลง ชาโสม ชามะลิ ชาแดง และอื่น ๆ พร้อมทั้งสาธิตสินค้า ของฝาก และของที่ระลึกในราคาโรงงาน

2014/02/05 (Wed) 13:26
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต

ปลา

ทริปนี้เราเริ่มต้นที่สนามบินดอนเมือง เพื่อเดินทางด้วยเครื่องบินนกแอร์ไปสนามบินภูเก็ต
เป้าหมายของวันแรกนี้อยู่ที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตหรือPhuket Aquarium ตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมพันวาและปลายสุดของถนนศักดิเดช ซึ่งอยู่ในทางตะวันออกเฉียงใต้สุดของเกาะภูเก็ตมีสัตว์ทะเลกว่า 100 ชนิดที่มีชีวิตอยู่ภายในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งนี้ หลายคนนำสัตว์เหล่านี้มาจากทะเลรอบๆ ภูเก็ต สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต
เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. (จำหน่ายบัตรตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.00 น.)
อัตราค่าเข้าชม
คนไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท
คนต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
สามารถเดินทางโดยรถประจำทางหรือรถสองแถว จากตลาดสดในตัวเมืองภูเก็ต
ราคาค่าโดยสารประมาณ 20 บาท
รถแท็กซี่ ราคาประมาณ 200-300 บาท
รถตุ๊กตุ๊ก ราคาประมาณ 100 - 250 บาท
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต โทร. 076-391126 ภายในวันและเวลาราชการ
วัตถุประสงค์ของหน่วยคือการศึกษาการแพร่พันธุ์ ชีววิทยาและลักษณะประชากรที่ใกล้สุญพันธุ์และชนิดการคุกคามทางทะเล โดยเฉพาะ เต่าทะเล พยูนและปลาวาฬในทะเลอันดามัน ชีววิทยา โครงสร้างชุมชน พันธุศาสตร์ประชากร และการตั้งค่าที่อยู่อาศัยที่อยู่ในการศึกษา หน่วยยังสื่อสารข้อมูลใหม่เกี่ยวกับชนิดของสัตว์เหล่านี้เพื่อเพิ่มการรับรู้ของประชากรที่จำเป็นต้องอนุรักษ์

| หน้าแรก |

 หน้าแรก  » หน้าหลัง